เคล็ดลับรวย พญานาค(ปีมะโรง) ปีนาคราช 2555

เคล็ดลับรวย ปีมะโรง ปีนาคราช ๒๕๕๕

พญานาค เจ้าแห่งบาดาลพิภพ ผู้ครองมหาทรัพย์สมบัติอันยิ่งใหญ่
ปีมะโรง ปีนาคราช ยุคนาคธรรมบาล
มหามงคลที่จะเกิดขึ้นกับคุณ
หากรู้เรื่องราวความลับ ที่จะทำให้เกิด ความร่ำรวย และมงคลอันเกิดจาก “นาคราช”

“นาค” หรือ “พญานาค”

          หมายถึง สัตว์ทิพย์จำพวกอมนุษย์กึ่งเทพกึ่งสัตว์มีฤทธิ์เป็นบริวาร “วิรูปักโข” หรือ มีหัวหน้าชื่อ วิรูปักโข เป็น ๑ ในจตุโลกบาลทั้ง ๔ ในสวรรค์ชั้น จาตุมมหาราชิกา ครอบครองดูแลรักษาทาง ทิศตะวันตก อยู่ในบาดาลพิภพ

“องค์พญานาค” หรือ “นาคราช”

         สัมพันธ์กับพระพุทธศาสนาในหลายประการผู้ที่ปรารถนา ความเจริญรุ่งเรือง ปรารถนาความ ร่ำรวย สามารถที่จะบวงสรวงบูชาพญานาคราชตามเคล็ด เกร็ดมงคลในการบวงสรวงและการบูชา นาคราช

          ผม ลักษณ์ เรขานิเทศ ขอบอกกล่าวเรื่องราวของ “องค์พญานาคราช” อันสัมพันธ์เกี่ยวข้อง กับ “ปีมะโรง” ซึ่งเป็นปีจรมาถึงในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ นี้ และเกี่ยวข้องกับองค์พญานาคราช อันเป็น ความเชื่อส่วนบุคคลที่ผมนั้นมีความเคารพนับถือและบวงสรวงบูชาองค์พญานาคในรอบระยะเวลาเกือบ ๒๐ปีมานี้ถึงถือว่าเป็นโอกาสอันดีในการที่จะนำความลับแห่งการบวงสรวงบูชาและครอบครอง องค์ พญานาคราช มาเปิดเผยให้คุณได้รู้และได้ทราบ

          “นาค” หรือ “พญานาค” เป็นทิพย์ภาวะจำพวกหนึ่ง และแน่นอน อยู่ในสวรรค์ชั้นจาตุมมหา ราชิกา อันเป็นที่อาศัยของชาวสวรรค์ที่มีอิทธิฤทธิ์และกำลังที่ยิ่งใหญ่มหาศาล มีลักษณะลำตัวเป็น งูใหญ่ มีหงอน ตาสีแดง มีเกล็ดมากมายหลายสีแตกต่างกันออกไป เมื่อเวลาออกหากินจะแปรสภาพ เป็นงู ทั้งงูเล็กและ งูใหญ่ ปกติพญานาคจะมีสภาวะเป็นทิพย์ คือสามารถเนรมิตตัวเองให้เป็นทิพย์ภาวะ หรือแม้กระทั่งมีภาวะ ของมนุษย์ นาคก็สามารถทำได้

          ใน “ขันธปริตร” คาถาพระไตรปิฎก พระวินัยปิฎก จุลวรรค ขุททกขันธกะ, อหิสูตร สุตตัน ตปิฎก. อังคุตตรนิกาย จตุกกนิบาต, อรรถกถาขุททกนิกายชาดก ทุกกนิบาต ได้กล่าวถึง ขันธปริตร อันเป็น คาถาที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ภิกษุแผ่เมตตาไปในบรรดาตระกูลงูที่มีพิษดุร้ายทั้งหลาย เพื่อ เป็นการ คุ้มครองป้องกันตนเองจากสัตว์ร้าย ปรากฏทั้งในวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก นอกจากนั้นเป็น คาถาสำหรับ ป้องกันอสรพิษ สัตว์ร้ายทั้งหลายแล้ว ยังสามารถป้องกันอันตรายจากยาพิษทั้งหลายด้วย ถือว่าเป็น พระคาถาอีกบทหนึ่งที่เป็นมงคลในการที่จะแผ่เมตตา และขอบารมีจากองค์พญานาคราช

          พญานาคราช ในหลักความเชื่อของพระพุทธศาสนานั้น มีความเชื่อที่ผมเห็นว่ามีความชัดเจน ในประการหนึ่งคือ เหตุปัจจัยตามหลักคำสอนเรื่อง “อิทัปปัจจยตา” อธิบายบ่อเกิดแห่งสรรพสิ่ง ภาย ใต้ เงื่อนไขที่ว่า เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมี เมื่อสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึง ดับไป ผมเชื่อว่าพญานาคราชมีจริง !!! พญานาคราชจึงอาจจะมี และที่สำคัญ องค์ประกอบ ในการที่ จะก่อให้เกิดความสุขความเจริญอันเกี่ยวข้องกับพญานาคในพระไตรปิฎก ที่กล่าวถึง พญานาค ๔ ตระกูล นั้น มี

          หนึ่ง        วิรูปักโขนาคราช คือพญานาคราชตระกูลที่มีผิวกายหรือเกล็ด สีทอง
          สอง         เอาราบถนาคราช คือพญานาคราชตระกูลที่มีเกล็ดหรือผิวขาย สีเขียว
          สาม         ฉัพพยาปุตตะนาคราช คือพญานาคราชที่มีผิวกายหรือเกล็ด สีรุ้ง
          สี่             กัณหาโคตรมะนาคราช คือพญานาคราชที่มีผิวกายหรือเกล็ด สีดำ

          ถ้ากล่าวถึงองค์พญานาคราช นับเริ่มต้นตั้งแต่การบูชาและความเชื่อ อันเป็นข้อมูลที่ได้สะสม เรื่อย มานั้น เห็นได้จากบันไดที่สะดุดตาในครั้งแรกนับเกือบ ๒๐ ปีผ่านมา ที่เคยไปกราบสักการะองค์ พระบรม สารีริกธาตุ และรอยพระพุทธบาท ณ จังหวัดสระบุรี บันไดนาคที่นั่นดูศักดิ์สิทธิ์ เข้มขลัง มีพลัง อันเป็นสิ่งที่ สร้างจากความเชื่อและความศรัทธา เรื่องการเชื่อมสวรรค์หรือพื้นพิภพในแผ่นดิน โดยมี เรื่องเล่า ประวัติ ของพุทธกำเนิด ตอนที่พระพุทธองค์เสด็จโปรดพุทธมารดาในสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ในพรรษากาลหนึ่ง แล้วเสด็จกลับลงมาจากสวรรค์สู่โลกมนุษย์ด้วยบันไดนาค ที่มีพระอินทร์ พระพรหม ได้มาส่งพระพุทธองค์ ถือว่าเป็นมหามงคลที่บันไดนั้นทำด้วยพญานาค เชื่อมสวรรค์กับโลกมนุษย์ จัด ได้ว่าเป็นรูปธรรมจาก เรื่องราวในพุทธประวัติว่าพญานาคมีอยู่จริง

          แล้วยังมีเรื่องราวของพญานาค ในขณะที่ผมนั้นได้อุปสมบทไปอยู่ในร่มกาสาวพัตร์ เรื่องราวของ พญานาคปลอมบวช คือพญานาคเนรมิตกายในสภาวะทิพย์ภาวะให้เป็นมนุษย์ แล้วปลอมบวชในสมัย พุทธกาล ปรากฏว่าในขณะที่หลับไปนั้น กายกลับเป็นนาค มีผ้าเหลืองห่มคลุม จึงเป็นที่โจษจันกล่าว ขาน พระพุทธองค์จึงมีพุทธบัญญัติห้ามสัตว์เดรัจฉานที่มิใช่มนุษย์บวช ดังนั้นในการบวชของ พระภิกษุจึงมีข้อ ถามขานนาคในจังหวะที่บวชว่า “มนุสโสสิ” ท่านเป็นมนุษย์ใช่หรือไม่ ถ้าไม่ได้เป็น มนุษย์บวชไม่ได้ นี่ แหละเป็นที่มาของพญานาคที่อยากบวชในพระพุทธศาสนา จึงเป็นที่มาของการที่ ต้องบัญญัติผู้ที่บวชว่า “นาค” เพื่อให้บุญกุศลสำเร็จยังนาคทั้งหลาย ที่ไม่สามารถบวชและปฏิบัติธรรม ตามแนวทาง พระพุทธ ศาสนาได้

          พญานาคราช ในความหมายของความมีศีลธรรม ในวรรณกรรมในพระเวทย์ยุคกลาง ได้กล่าว ถึง พญานาค ๔ ตน ผู้ดูแล ๔ ทิศในมหาภารตะยุค ซึ่งปรากฏพญานาค เศษนาคหรืออนันตนาคราช และ วาสุกรีนาคราช ยกย่องว่าเป็นผู้มีคุณธรรม จนมหาเทพพระศิวะได้ให้พรและให้ไปอยู่รับใช้ โดย อนันตนา คราชต้องดุแลปกป้องสัตว์และรองรับแผ่นดินไว้ ส่วนวาสุกรีนาคราช ได้รับพรจากพระพรหม ให้เป็น ผู้ปกครองนาคทั้งหลาย อันเป็นผลจากการที่ประพฤติตนเป็นนาคที่ดี ต่อมาก็ทำหน้าที่เป็น สังวาลของศิวะ และต่อมาก็ต้องทำหน้าที่เป็นเชือกในการกวนเกษียรสมุทร เมื่อครั้งเหล่าทวยเทพเทวา และฝ่ายอสุรินอสุรา ยักษาต้องหย่าศึกจากการทำศึกสงครามบนสวรรค์ โดยบัญชาขององค์พระศิวะ ให้กวนน้ำอัมฤทธิ์อันเป็น น้ำมหาเทพมนต์มงคลที่ผู้ใดดื่มกันแล้วไม่ตาย วาสุกรีนาคราชก็ทำการกวน ทำหน้าที่พันเขามันทะ เพื่อกวน น้ำอัมฤทธิ์ในครั้งนั้นด้วยประการหนึ่ง

          ในพระพุทธศาสนาเถรวาท พญานาคราชยังเป็นสัญลักษณ์ของพลังมีชีวิต พญานาคได้ปรากฏ ตัว ขึ้นครั้งแรกภายหลังพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้แล้ว ๑ สัปดาห์ เมื่อทรงประทับเสวยวิมุติสุขใต้ต้นจิก ฝนก็ โปรย ปราย ขณะนั้นพญานาคที่มีชื่อว่า “มุจลินทร์” ได้ขึ้นมาแผ่พังพาน ๗ เศียร เพื่อปกป้องไม่ให้ฝน ถูก พระพุทธองค์ พญานาคในที่นี้หมายถึงพลังชีวิตที่ทำให้หมุนเวียนในสังสารวัฏ ในขณะเดียวกันก็ เป็นผู้ช่วย ปลดปล่อยพันธนาการทั้งหลายชีวิตเข้าสู่สภาวะของการรู้แจ้งและพระนิพพาน โดยพิจารณา จากขดรอบ พระวรกายพระพุทธองค์ ซึ่งในลักษณะที่คล้ายกับเรื่องของงูกินหาง พบในอียิปต์ สัญ ลักษณ์ของโอโรโบ รอส ซึ่งมีความหมายถึงพลังชีวิต และจักรวาลที่ทำให้มนุษย์สามารถดำเนินชีวิตได้ ตามหลักของการ เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร สัญลักษณ์เช่นนี้นอกจากพบที่อียิปต์แล้ว ยังพบที่เมโส อเมริกาคือเผ่าแอซ เทค และที่อื่นๆอีกมากมาย

          เรื่องราวของพญานาค มาเป็นความศรัทธาของผม ลักษณ์ เรขานิเทศ จึงจะเห็นได้ว่าผมจะมี เรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับนาคหลายประการทั้ง แหวนนาคราช กำไลนาคราช สายสังวาลนาคราช วัตถุ มงคลที่ ผมสร้างในพระพุทธศาสนามักมี “นาคราช” ไม่ว่าจะเป็น จตุคามรามเทพ เหรียญเทวดา พระเกตุ พญานาค ๔ ตระกูล หรือจะเป็น เหรียญท่านวิรูปักโข หรือจะเป็นเรื่องราวอันเกี่ยวข้องกับ เทวเทพ ต่างๆที่ผมให้ช่างได้ปั้นขึ้นมานั้น ก็จะต้องเกี่ยวกับพญานาคเป็นสังวาล ซึ่งถือว่าเป็นมงคล อย่างหนึ่งใน ชีวิต แล้วผมก็บูชาพญานาคผ่านสล่าทางเหนือ แกะสลักเป็นรูปนาคราช มีอยู่จำนวนหลาย เศียรของ พญานาคราชที่แกะจากไม้สักทองอายุนับหลายร้อยปี

          ตำนานการเกิดของพญานาค ผมเชื่อว่ามีหลักการเกิดที่น่าสนใจอยู่หลายประการ แต่ประการ หนึ่ง นั้น มีความเชื่อว่าท่านเป็นบุตรแห่ง กัสยปะฤๅษี มีมารดานามว่า กัทรุ ซึ่งเป็นพี่น้องต่างมารดากับ พญาครุฑา มีคำถามว่า บูชาครุฑแล้วจะบูชาพญานาคได้หรือไม่ ??? ถ้ามีเคราะห์หรือมีความ เข้าใจ แต่โดยพื้นฐานของชาวบ้านทั่วๆไปก็คงบูชาไม่ได้ จะต้องบูชาอย่างใดอย่างหนึ่ง มิฉะนั้นคงต้อง ทะเลาะ กัน เพราะว่าเป็นศัตรูกัน อันที่จริงการเป็นศัตรูมีเหตุแห่งที่มาคือ แต่ภายหลังที่พระพุทธองค์อุบัติ ขึ้นมาใน โลกใบนี้ บรรดาเทพเทวา ไม่ว่าจะเป็นเทพเทวาครุฑ นาค มนุษย์ทุกหมู่เหล่า ก่อนฟังธรรมจาก องค์ พระสัมมาเป็นมิจฉาทิฐิ เมื่อฟังธรรมจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว เปลี่ยนจากมิจฉาทิฐิเป็น สัมมาทิฐิ เกิดความเมตตารักใคร่ อโหสิกรรม ประกอบกุศลกรรมต่อกัน ไม่ให้ร้ายต่อกัน ดังนั้นเป็นข้อ มติที่ชัดเจนว่า นาคที่เราบูชาในยุคในสมัยนี้ หรือครุฑที่เราบูชาในยุคสมัยนี้ ต่างเป็นสัมมาทิฐิ ไม่ได้มี ความรักโลภโกรธ หลง ที่จะมีโมหะ โทสะ โลภะต่อกัน ต่างให้อภัยในเรื่องที่เคยเกิดขึ้นแต่เก่าก่อน กลับ มารักใคร่เป็นสามัคคี ธรรม จึงสามารถบูชาได้

          ผมเคยฝันเห็นเรื่องราวของพญานาค เป็นเรื่องส่วนตัว แล้วเคยได้พิสูจน์แล้วในหลายวาระ ปรากฏ การณ์แห่งพญานาค ครั้งที่หนึ่ง เมื่อบวชศึกษาธรรมะอยู่ที่วัดสระเกศ เจ้าพระคุณสุวรรณเจติยาภิบาล (สมณะศักดิ์ในขณะนั้น) ปัจจุบันคือเจ้าพระคุณพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย) แห่งวัดสระเกศราชวร มหาวิหาร เป็นเจ้าพระคุณพระอาจารย์รูปหนึ่งที่ผมเคารพนับถือ ท่านได้ชี้ให้เห็นถึงสะดือประเทศไทย ณ ภูเขทอง วัดสระเกศ ได้แก่หมุดเลขที่ทหารเลขที่ ๐ คือทางหลวงทุกเส้นที่ประเทศไทย เริ่มต้น กิโลเมตรที่ ๐ ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ แต่โฉนดที่ดินทุกแปลงเริ่มต้นที่ ๐ องศา อยู่ที่ภูเขาทอง วัดสระเกศ แน่นอน ตรงนั้น ต้องเป็นสะดือประเทศไทย ผมจึงล่วงรู้ว่าที่แห่งนั้นมีพญานาคราชรักษา ที่มีวิรูปักโข เป็นหัวหน้าผมจึงสัตยาธิษฐานในขณะบวชว่า “ขอบุญกุศลในการบวชจงสำเร็จแก่องค์ ท่าน วิรูปักโขนาคราช หากมี ฤทธิ์และมีบารมีอยู่จริง เมื่อข้าพเจ้าลาสิกขาบทแล้วได้ประชา สัมพันธ์ให้คนมากราบไหว้พระ บรมสารีริกธาตุ ณ ภูเขาทอง วัดสระเกศ ได้สวดมนตืไหว้ พระปฏิบัติธรรม ทำทักษิณาวัตร และ ได้อธิษฐานให้มีที่อยู่ที่อาศัยที่มั่นคง มีสมบัติพัสถาน หากมีองค์วิรูปักโขนาคราช มีนาคราช รักษาอยู่จริง ขอให้ผมมีบ้านมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง หลังที่ได้ลาสิกขาบท เพื่อให้บิดามารดา ไม่ลำ บาก (ตอนนั้นยังไม่มีบ้าน) และให้ประชาชน ได้มาอธิษฐานด้วยความกตัญญู ด้วยความรัก ด้วยความศรัทธาต่อบิดามารดา พระพุทธ ศาสนา จงสำเร็จอย่างที่ผมอธิษฐานนี้ดุจเดียวกัน และใครที่ซื้อขายที่ดิน เมื่อเอาโฉนดที่ดิน อธิษฐานแล้วตั้งใจทำบุญกับพระพุทธศาสนา ณ วัดสระเกศราชวรหาวิหาร จงสำเร็จดัง ใจหมาย” ก็เป็นเรื่องที่ฮือฮา ปรากฏว่าเมื่อผมลาสิกขาบทแล้ว ไฟได้ไหม้บ้านที่ได้เช่าที่และปลูกบ้าน อยู่หมดเกลี้ยง แล้วก็ได้บ้านหลังใหม่ใหญ่กว่าเดิม มั่นคง เป็นบ้านราคาร่วมสิบล้าน ที่ซื้อให้พ่อแม่อยู่ อาศัยด้วยความกตัญญู แล้วประชาชนก็เอาโฉนดที่ดินมา อธิษฐาน ณ ภูเขาทอง จนเป็นเรื่องราวฮือฮา ใหญ่โต จนกระทั่งเป็นนิมิตมงคลที่ประชาชนไม่เคยไป กราบไหว้พระบรมสารีริกธาตุ ณ ภูเขาทอง ก็ไปกันอย่างมากมาย อย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน แล้วก็มีคน เอาโฉนดที่ดินมาอธิษฐาน ประสบความ สำเร็จในการซื้อขายมากมาย ก็เป็นเรื่องอัศจรรย์ในปรากฏการณ์ ที่หนึ่งในการที่ได้สัมผัสหรือสัมพันธ์ กับพญานาค

         มีคำถามอยู่ในดวงจิตดวงใจว่า แล้วตัวท่านมีอยู่จริงไหม ??? แล้วเราจะสัมผัสท่านได้อย่างไร ผมก็ ได้สวดมนต์ไหว้พระ ครั้งหนึ่งได้ถือศีล ๘ ปฏิบัติธรรมแล้วอธิษฐานอุทิศบุญให้พญานาค หลังจากที่ได้ ออก จากศีล ๘ แล้วรับ ศีล ๕ แล้ว ก็ฝันไปว่า มีบุคคลที่น่าจะเป็นพญานาค เพราะมงกุฎนั้นทำด้วยนาค พาเดินลง ไปในใต้ดินอย่างอัศจรรย์ เหมือนตัวหายลงไปใต้ดิน ตามท่านไปในฝันนั้น ท่านบอกว่า “จะพาไปเมืองบาดาล” ผมก็ถามว่า “แล้วเมืองบาดาลไม่มืดหรือ ???” ผมก็นึกขึ้นได้ว่าที่นั่นอาจ จะ ไม่มีพระอาทิตย์และพระจันทร์ เลยถามท่านไปอย่างนั้น ท่านก็บอกว่า “จงดูเอาเถิด” แล้วก็ชี้ให้ดู กองแสง สว่างที่สว่างไสวเป็นภูเขาเหล่ากา นั่นคือกองของทองคำ เพชรนิลจินดามากมาย แสงแห่งเมือง บาดาล เกิดจากเพชรนิลจินดาและทองคำเหล่านี้ต่างหากเล่า ผมจึงรู้ว่านั่นคือสมบัติของพญานาค ผมก็ ได้ถาม ท่านว่า “ถ้าหากปรารถนาสมบัตินี้จะต้องทำอย่างไรจึงจะได้สมบัตินี้ ???” พญานาคท่าน นั้นตอบ ด้วยเมตตาว่า “หากปรารถนาจะได้สมบัตินี้ จะต้องมีความปรารถนาที่อยากจะได้สมบัติ แต่ต้อง เป็นความปรารถนาที่ประกอบด้วยสัมมาทิฐิ กล่าวคือ มีตัณหาอยากได้ และมีเจตนาที่ เป็นกุศล แล้วให้สร้างกุศลที่เป็นมงคลแล้วอธิษฐานเอา” ผมก็ถามว่า “กุศลที่เป็นมงคลคืออะไร ???” ท่านก็ บอกว่า “บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ และบุญกุศลทั้งหลาย แล้วประกอบด้วยกิจการงานอัน เป็นมงคล ทำเถิด เดี๋ยวท่านจะได้เอง” นี่คือสิ่งที่มีความชัดเจน หลังจากนั้นผมก็มีความเชื่อมั่น เชื่อ เป็นมั่นเป็น เหมาะว่า สมบัติพญานาคราชสามารถเป็นสมบัติแห่งเราได้ แต่หากเรามีความโลภอยาก ได้แต่เพียงฝ่าย เดียว อาจจะได้เหมือนกัน แต่สุดท้ายต้องไปเกิดเป็นพญานาค
 

          ดังนั้น ควรที่จะสร้างการบุญการทาน ประกอบการบุญการกุศลต่อพระพุทธศาสนา บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ หรือเข้าในการปฏิบัติธรรมกรรมฐาน โดยตั้งใจให้แน่วแน่ว่าจะปฏิบัติ ๑ วัน ๓ วัน ๕ วัน ๗ วัน ๙ วัน หรือจะ ๑ เดือนก็ตามที ตามที่สะดวก เข้ากรรมฐานนั้นให้ลาศีล ๕ รับศีล ๘ หรือบวช ในบวรพระพุทธศาสนาเลยก็ตามที วันที่ลาศีล ๘ รับศีล ๕ หรือลาสิกขาบทนั้น “ให้เปล่งวาจา อธิษฐานขออุทิศบุญให้พญานาคราช” แล้วปรารถนาที่จะให้สมบัติของ นาคราชเป็นสมบัติ แห่งข้าพเจ้า ในการที่จะไปประกอบสัมมาอาชีวะหลังจากนี้ ด้วยฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา ไม่งอมืองอเท้า จงเกิดอัศจรรย์” จะได้สมบัติพญานาคราชมาเป็นสมบัติแห่ง เรา คือร่ำรวยทันตา ทันใจ เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งประการ ที่จะก่อให้เกิดมงคล เนื่องจากว่าพญานาคเป็น ภาวะทิพย์ที่ปรารถนา “บุญ” และชื่นใจในการปฏิบัติธรรม การสร้างบุญตาม “บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ ประการ”

          การที่บูชาด้วยของสวยงาม ของหอม ตลอดจนผลหมากรากไม้อันเป็นมงคลของมนุษย์ พญานาค ท่านมีความสุขใจปลื้มใจ ผมได้เดินทางไปไหว้พญานาค บูชาพญานาค ณ ภูเขาทอง วัดสระเกศทุกปี ปีหนึ่งหลายระยะหลายวาระ ทั้งส่วนตัว ทั้งนำท่านที่มีจิตศรัทธาไปร่วมเป็นคณะ ไปสักการะพญานาค บวงสรวงทำบุญให้ที่จังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี หลายวาระ ไปที่เวียงจันทร์ หลวงพระบาง ดิน แดนพญานาค ๑๕ ตระกูลหลายวาระ นี่คือเส้นทางแห่งบุญและการอธิษฐาน

          เนื่องจากในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นปีมะโรง ปีงูใหญ่ “ปีพญานาคราช” พญานาคราช สัมพันธ์กับทุกคนที่เป็นคนดี แต่ต้องรู้จักติดต่อสื่อสารกับท่านตามแนวทางที่ผมบอกไปแล้วนั้น รวมถึง “ดาวเสาร์” ซึ่งผมเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับพญานาค ทำไมจึงเกี่ยวข้องกับพญานาค ??? เป็นความรู้สึกลึกๆ อธิบายได้ยาก พระเดชพระคุณพระเทพภาวนาวิกรม ซึ่งได้เลื่อนสมณะศักดิ์ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ เป็นพระราชาคณะชั้นธรรม พระธรรมภาวนาวิกรม ท่านเกิดในวันเสาร์ พระประจำวันประจำตัวของคุณ ที่เกิดในวันเสาร์คือ “พระปางนาคปรก” เกี่ยวข้องกับมุจลินทร์นาคราช ท่านเจ้าพระคุณพระธรรม ภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร ท่านได้สร้างพระเสาร์นาคปรกซึ่งเป็น ตัว แทนของพญานาค และพระพุทธศาสนาคือมุจลินทร์พญานาค และพระพุทธเจ้า ไว้ทุกทิศในประเทศไทย ในจังหวัดที่มีเขตพระราชฐาน ที่เวลาองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือพระบรมวงศานุวงศ์ได้แปร พระราชฐานไปยังพระราชนิเวศน์ต่างๆ ซึ่งเป็นพระตำหนักในทิศทุกทิศ ท่านสร้างเอาไว้จนครบ ถ้าใน กรุงเทพมหานคร ท่านสร้างไว้ที่ศาลหลักเมือง ในหอพระ องค์ทองคำสร้างไว้องค์หนึ่งที่ฐานเภรีของ พระแก้วมรกต

          หลังจากนี้ไปถึงเกือบ ๑๕ ปี คุณที่เกิดในวันเสาร์ คุณที่เกิดในราศีมังกร ซึ่งมี “เทพพระเสาร์” เป็นเทพประจำตัว ชีวิตจะยุ่งใหญ่มั่นคงมาก คนที่รู้จักบวงสรวงบูชาพญานาคราช ทำบุญสร้างกุศล จะก่อร่างสร้างตนได้ ไม่ว่าจะเกิดในราศีใด วันใด เดือนใด ปีใด พ.ศ. ใด รู้จักเรื่องราวของพญานาค ศรัทธาในองค์พญานาคราช มีเหรียญมีภาพของพญานาคราชที่สร้างด้วยจิตศรัทธา หรือเกี่ยวข้องใน ทางพระพุทธศาสนาในการสร้างบุญไว้บูชาประจำตน จะเป็นพยานบุญอันยิ่งใหญ่ จะเหมือนกับมีพญา นาคไว้ติดตัวประจำตน แล้วรู้มงคลในการที่จะติดต่อสื่อสารกับพญานาคราช

          ทั้งเรื่องราวของท่านที่ผมได้บอกกล่าวเล่าขาน อันเป็นประสบการณ์จริง ทั้งวิธีการที่จะได้บุญ หรือได้พร หรือได้สมบัติจากพญานาคราช และรวมถึงพระคาถาที่สัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับพญานาค ราช ซึ่งผมได้จัดไว้ให้ในบทพิเศษนี้ ก็ขอให้ความลับของสวรรค์ ความลับของพญานาคราช อันข้อมูล ทั้งหมดทั้งมวลนั้น ต้องขอบพระคุณพระเดชพระคุณพระธรรมภาวนาวิกรม (เจ้าคุณธงชัย) วัดไตรมิตร วิทยารามวรวิหาร ทั้งข้อมูลจากเจ้าคุณพระพรหมสิทธิ (เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร) พระโสภณวิหารการ เจ้าคณะอำเภอเมือง วัดโพธิ์ชัย (วัดหลวงพ่อพระใส จังหวัดหนองคาย) ตลอดจน เทวานาคาพญานาคราช ที่ดลจิตดลใจให้ข้าพเจ้ามีเหตุสัมพันธ์กับท่านทั้งหลาย ขออนุญาตเปิดโลก ของท่านไปสู่สาธุชนผู้มีจิตที่เป็นมงคล ได้เกิดอัศจรรย์ในการเปลี่ยนแปลงชีวิต ตั้งแต่ พ.ศ. นี้เป็นต้นไป ครับ ขออนุโมทนาสาธุการ

                                  -------------------------------------------------------------------------------------

*******

ติดตามข้อมูลเรื่องราวท้าววิรูปักโขนาคราช ผ่านบทละคร

โดยคณะนักแสดงกรมศิลปากร กำกับการแสดง โดย อาจารย์เผด็จพัฒน์ พลับกระสงค์