โครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ องค์ประดิษฐาน ๔ ทิศมงคลทั่วประเทศไทยปีพุทธศักราช ๒๕๕๔
โครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ องค์ 
ประดิษฐาน ๔ ทิศมงคลทั่วประเทศไทย ปีพุทธศักราช ๒๕๕๔


หลักการและเหตุผล

          เนื่องด้วยสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ ซึ่งมี อ.พัฒนา พัฒนศิริ ครูโหรเป็นผู้อำนวยการ อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ วิเคราะห์ถึงเหตุเภทภัยที่จะเกิดขึ้นกับบ้านเมือง อันเกิดจากโรคภัยไข้เจ็บ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกจัดสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๔๘ ครั้งนั้นมีสมาคมแพทย์แผนไทยเป็นองค์กรหลักในการจัดสร้าง เรื่องฝ่ายพิธีกรรม ฤกษ์งามยามดี ตลอดจนรูปองค์ทรงพิมพ์ มี อ.ลักษณ์ เรขานิเทศ เป็นผู้ดำเนินการ ด้วยว่าในขณะนั้นมีดาวพฤหัสบดีโคจรเป็นอริกับดวงเมือง และมีดาวราหูโคจรอยู่ในมุมที่เป็นเหตุเภทภัยหรือเป็นเหตุร้าย กล่าวคือ พระราหูโคจรผ่านทับชะตาเมือง ก็เป็นความจริง เพราะในขณะนั้นเกิดโรคระบาดหลายประการโดยเฉพาะโรคซาร์และโรคไข้หวัดนก ในครั้งนั้นก็ได้บารมีอานิสงส์ของการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์สกัดให้โรคภัยไข้เจ็บ ซึ่งกำลังแพร่ระบาดขณะนั้น หยุดชะงัก เป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ 

           มาในปี พ.ศ.๒๕๕๔ เป็นปีที่ประเทศไทยจะมีเหตุเภทภัยที่ปรากฎและเกิดขึ้นกับบ้านเมืองเหมือนเมื่อปี ๒๕๔๘ ในเรื่องของโรคระบาด ซึ่งไม่รู้ว่าจะเป็นโรคระบาดเดิมที่เคยปรากฎและเกิดขึ้นแล้ว หรือจะเป็นโรคระบาดด้วยโรคใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้น หรือจะเป็นโรคที่เคยแพร่กระจายมาจากในที่ต่างๆ เนื่องด้วยดาวพฤหัสบดีโคจรอยู่ในมุมอับกับชะตาเมือง คือเป็นวินาศกับชะตาเมืองไปจนถึงวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๔ ประกอบกับดาวราหูซึ่งเป็นดาวตัวแทนของความมืดมนอนธการ ก็โคจรอยู่ในมุมที่กำลังจะเป็นมรณะกับชะตาเมือง จะก่อให้เกิดโรคระบาด โรคภัยไข้เจ็บ โรคเวรโรคกรรมเหมือนเมื่อครั้งในอดีตที่ผ่านมา ในสมัยพุทธกาลก็เคยปรากฎเหตุการณ์แบบนี้คือ เกิดโรคระบาด อหิวาตกโรค หรือเกิดไข้ทรพิษก็ตามที 

          ดังนั้นทางสถาบันพยากรณ์ศาสตร์เห็นการอันเป็นเหตุเภทภัยที่เกิดขึ้นกับบ้านเมือง จึงได้มีโครงการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ โดยสถาบันพยากรณ์ศาสตร์เป็นเจ้าภาพหลัก และให้สาธุชน สมาชิก ศิษยานุศิษย์ ตลอดจนผู้ที่มีความเคารพศรัทธาในบารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ร่วมกันสร้าง ประดิษฐานใน ๔ ทิศ เพื่อให้เป็นสิริมงคลคุ้มครองปกป้องภยันตรายอันเกิดจากโรคระบาด หรือเหตุเภทภัยที่จะปรากฎหรือเกิดขึ้นนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป



คณะกรรมการโครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

สถาบันพยากรณ์ศาสตร์

ประธานโครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ประดิษฐาน ๔ ทิศในประเทศไทย


ที่ปรึกษาโครงการ ประกอบด้วย

       
   -  พระเทพภาวนาวิกรม                        ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรฯ

          -  พระครูวินัยธรทรงศักดิ์                      วัดอาวุธวิกสิตาราม

          -  พระครูปลัดธรรมวงศานุวัตร                วัดแค จ.สุพรรณบุรี

          -  อาจารย์พัฒนา พัฒนศิริ                     ผู้อำนวยการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์


ประธานฝ่ายดำเนินงานจัดสร้าง

          -  ประธานโครงกาสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์     
              อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ เลขาธิการสถาบันพยากรณ์ศาสตร์

          -  นายช่างผู้ปั้นพิมพ์              
             นายช่างปัทม์ บุญยรังค หัวหน้าช่างปั้นนารายณ์กวนเกษียรสมุทรที่สนามบินสุวรรณภูมิ

          -  นายช่างควบคุมและนายช่างผู้ทำการเททองหล่อทำการหลอมโลหะ
             และหล่อบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ 
             นายช่างถวัลย์ เมืองช้าง

          -  นายช่างผู้ควบคุมตรวจสอบชนวนมวลสาร                
             นายช่างสุชาติ กิจทรานนท์


 
เลขานุการโครงการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

          -  นางสาวรุ่งนภา วิวัฒน์โชติพร




วัตถุประสงค์ในการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ องค์ประดิษฐาน ๔ ภูมิภาคของประเทศไทย

       
   1.  เพื่อเทอดพระเกียรติ ถวายบุญกุศลเป็นพระราชกุศลแด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในมหามงคลสมัยที่พระองค์มีพระชนมายุ ๘๔ พรรษา

          2.  เพื่อสืบทอดอายุพุทธศาสนา ประกาศเกียรติคุณของผู้ที่เป็นเอตทัคคะ บุคคลที่น่าสรรเสริญหรือเป็นเลิศในทางหมอยา ได้แก่องค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งเป็นหมอหลวงรักษาประจำตัวพระพุทธองค์ ในสมัยพุทธกาล

          3.  เพื่อให้เป็นตัวอย่างแห่งบุคคลที่เคยบำเพ็ญบุญบารมีในสมัยพุทธกาล ประกอบกุศลวัตร และบรรลุได้ชั้นโสดาบัน ให้สาธุชนคนพุทธได้เห็นถึงวิถีและรอยแห่งบุญของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

          4.  เพื่ออันเชิญบารมีบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์คุ้มครองปกป้องภยันอันตรายอันเกิดจากโรคาพาส ในทุกทิศทางที่จะมีต่อแผ่นดินไทยและปวงชนชาวไทย

          5.  เพื่อให้เกิดความรักความสามัคคี หล่อหลอมดวงใจของสาธุชนผู้มีจิตศรัทธาที่จะได้สร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ เพื่อให้เป็นสมบัติของพระพุทธศาสนา ให้สาธุชนได้มากราบไหว้ ขอพรอันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อให้เกิดบุญฤทธิ์ น้อมนำมาสู่ความรักความสามัคคี และความสุขสวัสดีของคนในชาติ

           6.  เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่ผู้ที่ได้ร่วมสร้าง ผู้ที่เจ็บไข้ได้ป่วย เพื่อนำมาสู่มงคลเจริญในชีวิต ให้มีความสบายอกสบายใจ และได้บารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์คุ้มครอง

           7.  เพื่อให้เป็นศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองไปร้อยปีพันปี เป็นเครื่องชี้เจตนาอันเป็นกุศลของผู้ที่ได้เป็นประธานในการจัดสร้างและผู้ที่ได้ร่วมสร้างและเพื่อที่จะได้เป็นของมงคลคุ้มครองปวงชนชาวไทยต่อไป

          8.  เพื่อกระตุ้นเตือนจิตสำนึกให้คนไทยยึดมั่นในทาน ศีล ภาวนา ปฏิบัติบุญตามหลักบุญกิริยาวัตถุอันจะน้อมนำไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองในชีวิต ดุจดั่งวัฎปฎิบัติแห่งบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์

           9.  เพื่อที่จะได้ทราบถึงประวัติแห่งอริยะบุคคลบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ว่า ชีวิตแม้ถือกำเนิดมาในชาติตระกูลที่ไม่ได้สูงส่ง สามารถดำรงตนเป็นที่สรรเสริญ แม้แต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยกย่องให้เป็นเอตทัคคะ คือเป็นเลิศในทางบุคคลที่เกิดมาในโลกนี้ ในด้านหมอยา ให้เห็นวิถีของความกตัญญูกตเวทิตาคุณแห่งบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ต่อบิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ได้เห็นถึงความวิริยะของบรมครูหมอ ชีวกโกมารภัจจ์ ในการเล่าเรียนสำเร็จวิชาการแพทย์ ตั้งแต่อายุยังไม่ถึง ๒๐ ปี เพื่อให้เห็นถึงเจตนาที่เป็นกุศล การมีองค์ประกอบของอิทธิบาท ๔ ประการ ได้แก่ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา แล้วนำชีวิตไปสู่ความสำเร็จและความเจริญรุ่งเรืองในที่สุด ให้เห็นถึงการมีองค์ประกอบพร้อมที่จะนำไปสู่ความเป็นบุคคลที่เป็นอริยะบุคคล จะได้เป็นเครื่องกระตุ้นเตือนใจสาธุชน ให้รู้จักทำบุญทำทาน สร้างบุญ สร้างกุศล สร้างบารมี แล้วพร้อมทั้งน้อมนำเอาบารมีของบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ มาคุ้มครองตัวของท่านเอง บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ บริวาร บริษัท ให้พ้นจากโพยภัย โรคาพาธ โรคเวรโรคกรรมต่างๆ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          10.  เพื่อสืบสานตำนานศิลป์แห่งสกุลช่างไทย โดยสืบสานจากสกุลช่างหลวง ตามประวัติเป็นช่างผู้มีส่วนร่วมในการเป็นนายช่างผู้ควบคุมการปั้นองค์พระนารายณ์กวนเกษียรสมุทรจำลอง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และได้มาสืบสานตำนานการปั้นองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ให้ถูกต้องตามความเป็นจริงว่าเป็นนายแพทย์หมอหนุ่มผู้มีชื่อเสียงแห่งกรุงราชคฤห์ในสมัยพุทธกาล



ระยะเวลาในการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ๔ องค์
กำหนดขอบเขตระยะของโครงการการจัดสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์
ตลอดปีพุทธศักราช ๒๕๕๔


          เดือนมกราคม ริเริ่มจัดทำโครงการ เริ่มประชาสัมพันธ์โครงการให้ประชาชนได้ทราบ ต่อเนื่องจากโครงการสร้างพระพุทธมหาเศรษฐีนวโกฏิ ประมาณเดือนมีนาคม เดือนเมษายน ของปีพุทธศักราช ๒๕๕๓ ไปจนถึงเดือนธันวาคมในปี ๒๕๕๓ เจรจานายช่างให้ได้ช่วยปั้นพิมพ์ คือนายช่างปัทม์ บุญยรังค และนายช่างสังวร ผู้ควบคุมปั้นพิมพ์ประมาณเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๓ ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๕๔

          ปั้นพิมพ์สำเร็จเสร็จสิ้นเป็นองค์บรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์งดงาม วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เข้าพิมพ์ยาง ถอดพิมพ์ เตรียมพร้อมสำหรับการเทในช่วงประมาณวันที่ ๑๐-๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔

          -  สร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์แรก เพื่อประดิษฐาน ณ วัดอาวุธวิกสิตาราม กรุงเทพฯ โดยมีกำหนดพิธีเททองในวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ตรงกับวันมาฆบูชา

          -  สร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ที่ ๒  เพื่อประดิษฐาน ณ วัดแค จ.สุพรรณบุรี โดยมีกำหนดเททอง ในวันที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๔  

           -  สร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ที่ ๓ เพื่อประดิษฐาน ณ วัดคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์

           -  สร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ องค์ที่ ๔ เพื่อประดิษฐานจังหวัดอุดรธานี

          ทั้งนี้ โครงการสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ จะมีรายละเอียดของการประกอบพิธี 2 วัน คือวันสุกดิบ ประกอบพิธีอันเป็นมงคล คือพิธีนพเคราะห์ มังคลาภิเษกชนวนมวลสาร เสกน้ำมนต์อันศักดิ์สิทธิ์ ให้เกิดความเป็นสิริมงคลในพิธี ให้พ้นทุกข์โศกโรคภัย โรคเวรโรคกรรม และน้อมนำความเป็นมงคล ไปร่วมประกอบพิธีเททองในอีกวันถัดไปจากวันประกอบพิธีนพเคราะห์ พุทธาเทวามังคลาภิเษกนั้น

          โดยสถาบันพยากรณ์ศาสตร์ จะเป็นเจ้าภาพในการดำเนินการทั้งหมดทั้งสิ้น รวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งหมดทั้งสิ้นที่เกิดขึ้นเป็นหลัก โดยประชาชนสามารถร่วมบุญโดย

          1.  เขียนแผ่นทองทำบุญ 100 บาท ต่อ 1 แผ่น ซึ่งเป็นแผ่นทองแดงบริสุทธิ์ ในส่วนของเงิน 100 บาทนั้น จะจัดเป็นส่วนของค่านายช่างปั้นพิมพ์ ค่าประกอบพิธีการเททอง เป็นเงินในการถวายจตุปัจจัยแก่พระภิกษุสงฆ์ เงิน 100 บาท ในการทำบุญที่ท่านเขียนแผ่นทอง ถือว่าจะจัดสรรให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดอานิสงส์แห่งผลบุญให้สูงที่สุด สำหรับท่านที่ได้ร่วมบุญ และในวันประกอบพิธี อาจารย์ลักษณ์ เรขานิเทศ จะได้นำเหรียญบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ ซึ่งสร้างเป็นการส่วนตัว แจกจ่ายให้แก่ท่านที่มาร่วมพิธีใน 2 วันที่ประกอบพิธี เพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคล และเพื่อเป็นมงคลที่ระลึก

          2.  บริจาคทองคำ เงินบริสุทธิ์ เพื่อเป็นเนื้อนาบุญหล่อบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ หรือบริจาคเงินทำบุญตามกำลังศรัทธา ในวันที่มีการประกอบพิธี ณ สถานที่นั้นๆ

          3.  ร่วมบุญโดยการเป็นเจ้าภาพสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ โดยการบริจาคเงินทำบุญ 29,999 บาท ท่านจะได้ครอบครองบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ของขวัญ ขนาดหน้าตัก 9 นิ้ว 1 องค์ สร้างจำนวนจำกัด เพียง 99 องค์ พระชุดนี้ไม่มีจำหน่าย จะมีเฉพาะสำหรับท่านที่ได้ร่วมบุญสร้างบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์เท่านั้น

          ร่วมบุญโดยเป็นสมาชิกบัตรฟันธงการ์ด ท่านจะได้รับพระของขวัญบรมครูหมอชีวกโกมารภัจจ์ขนาดบูชาขนาดลอยองค์ขนาดเล็ก ลอยองค์ขนาดจิ๋ว และเหรียญมงคลที่ระลึก


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สถาบันพยากรณ์ศาสตร์
โทร. 02-515-9222 , 081-906-4247 หรือ www.thefuntong.com